การสร้างแบรนด์ร้านกาแฟ (Branded Café) กับธุรกิจนอนออยล์ (Non-oil Business)
การรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) กับ เครื่องหมายการค้า “ปุ๋ย”
คุณค่าแบรนด์ (Brand Equity) กับ ธุรกิจขายตรง
คุณค่าแบรนด์ (Brand Equity) กับ ธุรกิจแก๊สหุงต้ม
Read More >>  
Glossary of Intellectual Property (English - Thai) Second Edition
Read More >>  
 
คุณค่าแบรนด์ (Brand Equity) กับ น้ำมันพืช

บทความโดยฝ่ายวิจัย บริษัท ยูเค คอนซัลทิง จำกัด

บริษัทในเครือบริษัท ยูเค แวลูเอชั่น แอนด์ เอเจนซี่ จำกัด


          น้ำมันพืชเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการประกอบอาหารของแม่บ้านหรือร้านค้า ในปี 2554 น้ำมันพืชมีมูลค่าตลาดประมาณ 25,000 ล้านบาท โดย “น้ำมันปาล์ม” ครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด ประมาณร้อยละ 65 รองลงมาคือ “น้ำมันถั่วเหลือง” ร้อยละ 25 “น้ำมันรำข้าว” ร้อยละ 7 และน้ำมันชนิดอื่นๆ อีกร้อยละ 3 ตามลำดับ โดยส่วนใหญ่แล้ว น้ำมันปาล์มเหมาะสำหรับอาหารประเภททอด น้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันชนิดอื่นเหมาะสำหรับอาหารประเภทผัด

          สำหรับแบรนด์น้ำมันปาล์ม พบว่า “แบรนด์มรกต” มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด ประมาณร้อยละ 37 รองลงมาคือ “แบรนด์เกสร” ร้อยละ 22 “แบรนด์หยก” ร้อยละ 17 “แบรนด์ลีลา” ร้อยละ 12 และแบรนด์อื่นๆ อีกร้อยละ 12 ตามลำดับ

ที่มา : ฝ่ายวิจัย บริษัท ยูเค คอนซัลทิง จำกัด (ตุลาคม 2555)

          ส่วนน้ำมันถั่วเหลือง แม้ว่าจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดต่ำกว่าน้ำมันปาล์มก็ตาม แต่ก็เป็นน้ำมันพืชที่คนส่วนใหญ่นิยมบริโภคมากกว่า โดยในปี 2554 ที่ผ่านมา พบว่า “แบรนด์องุ่น” เป็นแบรนด์ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดของน้ำมันถั่วเหลืองสูงสุด ประมาณร้อยละ 65 รองลงมาคือ “แบรนด์กุ๊ก” ร้อยละ 20 “แบรนด์ทิพ” ร้อยละ 10 และแบรนด์อื่นๆ อีกร้อยละ 5 ตามลำดับ

ที่มา : ฝ่ายวิจัย บริษัท ยูเค คอนซัลทิง จำกัด (ตุลาคม 2555)

          เนื่องจากน้ำมันพืชเป็นสินค้าที่ถูกควบคุมราคา อีกทั้งในปัจจุบันยังต้องมีการนำเข้าวัตถุดิบสำหรับผลิตน้ำมันพืช ทำให้แต่ละแบรนด์ไม่สามารถที่จะแข่งขันทางด้านราคาได้ ดังนั้นผู้ผลิตแต่ละแบรนด์จึงต้องหากลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อที่จะให้แบรนด์ ของตนเองเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคให้ได้ ซึ่งแต่ละแบรนด์จะตั้งชื่อให้จดจำง่าย เพื่อเป็นที่จดจำของผู้บริโภค และบางแบรนด์ยังได้มีการผสมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อให้ผู้บริโภคที่เน้นทางด้านสินค้าเพื่อสุขภาพได้เลือกใช้

          การโฆษณาก็นับเป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้ผู้บริโภคสามารถจดจำแบรนด์ได้ ในปัจจุบันนอกจากการโฆษณาตามทีวีแล้ว แบรนด์น้ำมันพืชก็ยังอยู่ตามรายการทำอาหารทุกรายการ อีกทั้งผู้ผลิตยังต้องมีการวางผลิตภัณฑ์ให้ทั่วถึงและแพร่หลาย เพราะน้ำมันพืชเป็นสินค้าชนิดหนึ่งที่ผู้บริโภคจะมีความภักดีต่อสินค้าค่อน ข้างต่ำ เนื่องจากว่าในความคิดของผู้บริโภคจะรู้สึกเสมอว่า น้ำมันพืชไม่ว่ายี่ห้อไหนก็มีคุณภาพไม่แตกต่างกัน จึงมีแบรนด์น้ำมันพืชใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ดังนั้นเจ้าของแบรนด์หรือผู้ผลิตควรที่จะใส่ในใจเรื่องของช่องทางการจัด จำหน่ายให้ทั่วถึง และครอบคลุมทุกพื้นที่เพื่อที่จะรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้

          นอกจากนี้ การส่งเสริมการตลาดหรือโปรโมชั่นก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดที่ขาดไม่ ได้เช่นกัน ซึ่งโปรโมชั่นของน้ำมันพืชที่เห็นกันอย่างคุ้นตา ก็คือ การลดราคาตามโมเดิร์นเทรดหรือซุปเปอร์มาเก็ต จะสังเกตเห็นว่า เมื่อแบรนด์ใดทำการลดราคาสินค้า แบรนด์นั้นจะขายดีขึ้นมากจนหมดชั้นวางสินค้าดังที่เห็นกันอยู่บ่อย ๆ

          น้ำมันพืชเป็นนับว่าสินค้าบริโภคที่จำเป็นสำหรับทุกครัวเรือน และเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคพร้อมที่จะเปลี่ยนยี่ห้อ หรือแบรนด์อยู่ตลอดเวลา การที่จะครองส่วนแบ่งการตลาดให้ได้นานที่สุดนับว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายของผู้ ผลิตหรือเจ้าของแบรนด์เลยก็ว่าได้
 
HOME l ABOUT US l SERVICES l OUR CLIENTS l BLOG
UK VALUATIONS AND AGENCY CO., LTD.
9th Floor, L.P.N. Tower, 216/26 Nang Linchee Rd.,
Chongnonsee,Yannawa, Bangkok 10120, Thailand
Tel : 66(0) 2285-4508 (Auto) Fax : 66(0) 2285-2408, 66(0) 2285-2411
Copyright © 2014 UK VALUATIONS AND AGENCY CO., LTD. All Right Reserved.